ปัดฝุ่นอดีตด้วยนวัตกรรมสุดล้ำ มงต์บลองค์(Montblanc)ให้ชีวิตใหม่กับดีไซน์ที่เป็นตำนาน

794

มงต์บลองค์หันกลับไปมองจิตวิญญาณของการเป็นผู้บุกเบิกสมัยเพิ่งเริ่มต้นกิจการอีกครั้งกับคอลเล็กชั่น Montblanc Heritage, Rouge & Noir, Special Edition และ Limited Edition 1906

Montblanc_R&N SE

Montblanc_R&N_SE_black_ ident 114744ในวาระของการเฉลิมฉลองครบปีที่ 110 มงต์บลองค์หันกลับไปหาจุดเริ่มต้นด้วยการนำผลิตภัณฑ์ไลน์แรกที่ผลิตขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 มาจินตนาการใหม่  หลังจากใช้เวลาพัฒนาอยู่เกือบสามปี ผู้ก่อตั้ง    มงต์บลองค์ก็เปิดตัว “Rouge et Noir” ในปี 1909 นี่คือปากกาหมึกซึมชุดแรกของแบรนด์ที่ทำจากยางอีโบ-ไนต์สีดำโดยมีด้านบนสุดของปลอกเป็นสีแดง และเป็นงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนิยายเรื่องดังใน  ชื่อเดียวกันของสตองดาล (Stendhal)  ในขณะที่ Montblanc Heritage Collection Rouge & Noir     ที่มาใหม่ปลุกให้จิตวิญญาณของความเป็นผู้บุกเบิกของมงต์บลองค์ตื่นขึ้นพร้อมโฉมหน้าและอารมณ์ที่ดูย้อนยุค การออกแบบกลับนำลูกเล่นที่ทันสมัยมาใส่ไว้ในงานเก่าแล้วปรับโครงร่างให้เพรียวบางและยาวขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งนำเอาเทคโนโลยีกระบอกสูบหมึกที่ทันสมัยมาใส่ไว้ด้วย

ตัวงูใหญ่ ซึ่งมีส่วนโค้งและเว้าที่เร้าอารมณ์ จะปรากฏอยู่อย่างเด่นชัดตลอดทั้งคอลเล็กชั่น โดยจะพันตัวรอบด้านบนสุดของเครื่องเขียนแล้วม้วนวนตามปลอกปากกาลงมาจนกลายเป็นตัวหนีบ  งูใหญ่ที่ดูลึกลับชวนให้นึกถึงแม่ลายที่ศิลปินอาร์ตนูโวนิยมใช้ในการออกแบบซึ่งตรงกับสมัยที่คอลเล็กชั่น Rouge & Noir รุ่นต้นฉบับเพิ่งเผยโฉมให้เห็นเป็นครั้งแรก  มงต์บลองค์ใช้คอลเล็กชั่นเครื่องเขียนที่ได้รับการออกแบบมาใหม่นี้เพื่อย้อนกลับไปมองจิตวิญญาณของการเป็นนักบุกเบิกสมัยเพิ่งเริ่มต้นกิจการอีกครั้ง แล้วตีความไลน์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นตำนานทั้งในแง่ของรูปทรงและประโยชน์การใช้งานอีกที จนได้ขนาดและรูปทรงใหม่ ตลอดจนมีการปรับลักษณะการเขียนให้ดีขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์การเขียนที่นุ่มนวลและหรูหรายิ่งขึ้น

Montblanc_R&N SE_coral_familyshotปลอกและด้ามของ Montblanc Heritage Collection, Rouge & Noir ที่เป็น Special Edition ผลิตจาก  เรซิ่นเลอค่าสีดำและลงแล็กเกอร์โดยมีโลโก้ของมงต์บลองค์ที่ตกทอดมาจากอดีตสลักไว้ที่ด้านข้างของปลอก  ปลอกที่ประดับหิมะสีขาวนวลอย่างดั้งเดิมที่ด้านบนสุดของเครื่องเขียนจะฝังไว้ด้วยเรซิ่นสีแดงปะการัง  โลหะอัลลอยแบบใหม่ที่นำมาใช้ผลิตตัวหนีบของเครื่องเขียนชิ้นนี้ช่วยให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดการ โค้งงอจากการใช้งาน ส่วนรอยคร่ำบนตัวหนีบที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการออกแบบงูใหญ่ในยุค 20’s   ก็สำเร็จลงได้ด้วยการนำกระบวนการพิเศษที่ใช้ไฟฟ้าและการแยกสารประกอบมาใช้  ในขณะที่ใช้ดวงตาสีเขียวมาทำเป็นรูปทรงให้ตัวหนีบ ลายของเจ้าสัตว์พิเศษตัวนี้ก็ยังถูกนำมาสลักเอาไว้ตรงปลายปากกาทอง Au 585 ชุบโรเดียม อันชวนให้คิดถึงภารกิจของมงต์บลองค์ในเรื่องที่จะต้องกลับไปคิดซ้ำๆ และนำศิลปะการเขียนกลับมาทำให้เกิดสิ่งประดิษฐ์ใหม่อยู่เสมอมาตั้งแต่ปี 1906 Montblanc Heritage Collection, Rouge & Noir, Special Edition สีแดงปะการังที่ตัดกับชิ้นงานสีดำ ทำจากเรซิ่นสีแดงเจิดจ้ากับแล็กเกอร์ ซึ่งทำให้นึกถึงสีจากยุคก่อน ปลายปากกาทอง Au858 จึงมีสองสีและตกแต่งด้วยลายสลักรูปงูใหญที่พิถีพิถัน

Montblanc_R&N SE_black_ident 114744ยางแข็ง วัสดุที่ครั้งหนึ่งเคยใช้ได้ดีและเป็นวัสดุเดียวที่มงต์บลองค์สามารถหามาใช้ทำปากกกาหมึกซึมได้ จะกลับมาอีกครั้งใน Montblanc Heritage Collection, Rouge & Noir รุ่น Limited Edition 1906  ด้วยจำนวนจำกัดที่ตรงกับปีที่มงต์บลองค์ถือกำเนิดขึ้น ปลอกและด้ามของเครื่องเขียนชิ้นนี้จะรังสรรค์ขึ้นจาก ยางอีโบไนต์ อันเป็นวัสดุที่ประกอบด้วยยางธรรมชาติที่มีกำมะถันและน้ำมันลินซีดอยู่ภายใน ซึ่งถูกนำมาใช้ทำเครื่องเขียนในปี 1909 และยังคงถูกนำมาใช้ผลิตอยู่โดยให้เป็นไปตามกระบวนการดั้งเดิมที่   ตกทอดกันมา  แม้ผิวสัมผัสของอีโบไนต์จะดูขัดกับอะไหล่ตกแต่งที่เป็นโลหะกับเรซิ่นสีแดงและงาของตราสัญลักษณ์มงต์บลองค์ ประสบการณ์ด้านประสาทสัมผัสกลับได้ผลดีขึ้นจากกลิ่นธรรมชาติของกำมะถันที่อยู่ในอีโบไนต์  งูใหญ่ประดับอยู่ที่ปลายปากกาทอง Au 750 ชุบโรเดียม พร้อมดีไซน์ที่เป็นสองสีอย่างสวยงาม ในขณะที่งูอีกตัวที่เลื้อยและทำหน้าที่เป็นตัวหนีบก็มีดวงตาที่ฝังด้วยทับทิม

Montblanc_R&N LE1906เพื่อเติมอุปกรณ์การเขียน Montblanc Heritage Collection, Rouge & Noir ให้ครบสมบูรณ์ จะมีชุดเครื่องเขียนอย่างดีตามออกมาอีกชุดโดยมีงูใหญ่เป็นพระเอก  ผลงานชิ้นแรกที่จะเปิดตัวคือสมุดบันทึกมีเส้นที่งามสง่าในปกหนังสีดำปั้มนูนเป็นลายงูใหญ่ที่ขดเป็นเกลียว

ด้วยฝีมือของช่างศิลป์ที่ผ่านกระบวนการขัดเกลามาหลายรุ่น จิตวิญญาณแห่งความเป็นผู้บุกเบิกที่เติมพลังให้กับงานประดิษฐ์ในยุคแรกๆ ของมงต์บลองค์จึงกลับมามีชีวิตอีกครั้งใน Montblanc Heritage Collection, Rouge & Noir, Special Edition และ Limited Edition 1906  แล้ว 110 ปีถัดมามงต์บลองค์นำแรงบันดาลใจจากมรดกในอดีตกลับมาปัดฝุ่นแล้วเติมสุนทรียศาสตร์ทางศิลปะที่แสนประณีตกับประโยชน์การใช้งานที่ล้ำยุค

Comments

comments